The Sun Set

posted on 29 Sep 2014 16:56 by thekeeperdream
ไม่มีอะไรมาก ไม่อยากให้บล็อกร้างเลยมาลงรูปไว้(ฮา)
เป็นภาพที่วาดในกรุ๊ปที่เราเป็นสมาชิกค่ะ 
[http://writer.dek-d.com/charactercross/writer/view.php?id=1024437]
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กระดาษเอสาม สีน้ำ ปรับสีในโฟโตชอปอีกที
แล้วพบกันใหม่นะคะ :)
 

[Fic Haikyuu]I WITH YOU - Kagayama x Hinata

posted on 09 Sep 2014 21:03 by thekeeperdream

[Fic Haikyuu]

 

 

Title :  I WITH YOU

 

 

Pairing : Kagayama x Hinata

 

 

Author : Pokky

 

 

 

Note : ขอสารภาพ ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร(ฮา)เป็นฟิคเรื่องแรกที่มาพร้อมกับภาพประกอบที่วาดเสร็จก่อน(ฮา)ภาษาขัดไปบ้าง อารมณ์ขัดไปบ้าง ก็จะฝึกปรือฝีมือค่ะ! (ประเด็นคือคิดคำพูดไม่ออกอ่ะ//ฮา)

 

 

 

เขาเองไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ไปได้

 

 

 

ไม่สิ...ที่จริงต้องบอกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยล่ะ

 

 

 

เป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างฮินาตะ โชโย

 

 

 

.....จะเป็นหวัด......

 

 

 

 

 

อากาศหนาวมาตลอดทั้งสัปดาห์เพราะหิมะที่ตกหนักติดต่อกันจนทางการประกาศหยุดเรียนเนื่องจากหิมะที่กองสูงจนเหมือนกำแพงนั่นทับถมทางจราจรจนหมดสิ้น อากาศที่เย็นเยียบบวกกับลมแรงที่พัดอยู่เกือบตลอดทำให้ไม่ค่อยจะมีใครกล้าย่างกรายออกมาข้างนอก เพราะกลัวจะแข็งตายเสียก่อน

 

 

 

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีชื่อว่าฮินาตะ โชโย

 

 

 

ด้วยบุคลิกที่สดใสจนเหมือนพระอาทิตย์ดวงที่สอง กับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่มาพร้อมกับความกระตือรือร้นจนเหมือนพวกไฟลุกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้คนที่ผ่านมาเห็นนั้นต่างก็รู้สึกดีและแอบเหนื่อยแทนร่างเล็กนั่นไปด้วย

 

 

หัวสีส้มชี้ฟูไหวไปมาพร้อมกับการกระโดดเหยงๆจนทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆรู้สึกหงุดหงิดชอบกล

 

 

“เฮ้ย!เจ้าบ้า!อยู่นิ่งๆไม่เป็นหรือไง!”ถึงน้ำเสียงนั้นบ่งบอกความหงุดหงิดอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กนั้นหยุดการกระทำลงได้ ซ้ำยังหันมายิ้มแฉ่งจนคนมองยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นทวีคูณ

 

 

“ก็คนมันดีใจนี่นา!โรงเรียนก็หยุด แถมยังได้ซ้อมวอลเล่ย์อีก แค่คิดฉันก็แทบทนไม่ไหวแล้ว”ฮินาตะพูดทั้งๆที่ยังวิ่งกึ่งกระโดดไปมา จนทำให้อีกร่างเริ่มวิ่งตามด้วยความเร็วที่เริ่มเพิ่มขึ้น

 

 

“อย่าวิ่งสิฟะเจ้างั่ง เดี๋ยวไปสะดุดหิมะล้มขึ้นมา เกิดบาดเจ็บจะเป็นยังไง!”เส้นผมสีดำพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่าน  แม้ปากจะบ่นแต่ร่างกายก็ยังขยับไปตามคนที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘คู่หู’ ของเขาไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

 

 

คู่หู...เป็นคำนิยามสั้นๆที่ผู้คนรอบกายต่างตั้งให้ เหล่าอีกาที่โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าในสนามวอลเล่ย์บอล สถานที่แห่งชัยชนะ ความพ่ายแพ้ และอีกหลายๆอย่างสำหรับทีมวอลเล่ย์บอลแห่งคาราสุโนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่สำหรับเขา...คาเงยามะ โทบิโอะ เขารู้มาตลอดว่าร่างตรงหน้ามันเป็นมากกว่านั้น....

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันพลับ อยู่ๆร่างเล็กก็เกิดชะงักกลางอากาศ เล่นเอาเขาเกือบหยุดไม่ทัน ปากเกือบจะพ่นคำด่าสารพัดถ้าไม่เหลือบไปเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนตรงหน้าเสียก่อน

 

 

เป็นอะไรของมัน   ทำท่ายังกับจะอ้วก

 

 

“เฮ้ยๆเป็นอะไรไป ทำท่าเหมือนเมารถอย่างนั้น หรือว่าเมากระโดด?”เขาถามไปอย่างสงสัยปนกวนนิดๆแทนที่จะได้ยินเสียงแว้ดๆเหมือนโทรโข่ง กลับเป็นสีหน้าที่เหมือนถูกจับผิดอะไรซักอย่างได้

 

 

“ปะ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร พอดีตอนที่กระโดดอยู่ๆก็นึกถึงตอนที่ขึ้นรถบัสน่ะ ฮ่ะๆฮ่ะๆๆ”เสียงพูดตะกุกตะกักพร้อมกับสายตาที่จงใจมองไปทางอื่นนั่นยิ่งทำให้ทาเคยามะยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ แต่เจ้าตัวคนที่ถูกสงสัยกลับ(พยายาม)ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน และวิ่งต่อไปโดยไม่ได้หันมามองคนร่างสูงอีก คาเงยามะสงสัยอยู่ไม่นานก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปให้ทันเวลานัดของกัปตัน

 

 

 

 

“เฮ้ย!อย่าวิ่งแซงสิฟะ!!”

 

 

 

 

 

..............................................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

 

 

 



ฮินาตะคิดในใจก่อนที่จะรีบวิ่งไปโดยไม่ฟังคำบ่นโวยวายของคนข้างหลัง สีหน้าที่พยายามซ่อนมาตลอดการเดินทางหลุดออกมาให้ร่างสูงเห็นแวบนึงจนในหัวแอบหวาดๆว่าเจ้าคาเงยามะนั่นจะสงสัยอะไรมั้ย แต่เมื่อร่างสูงถามแบบนั้นก็แอบโล่งใจว่ามันคงยังไม่รู้ เลยรีบกลบเกลื่อนและชิ่งออกมาก่อนอย่างไม่รีรอ แม้ร่างกายจะแทบก้าวต่อไปไม่ไหวก็ยังฝืนใจวิ่งต่อ

 

 

 

 

ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วยนะ

 

 


 

ร่างเล็กคิดในใจพลางวิ่งต่อไป เหงื่อที่เริ่มซึมมากขึ้นเพราะอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ไม่ดีมากนัก ร่างเล็กรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง เขารู้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

 

 

 

หวัด....

 

 

 

 

 

 

 

ใช่....ฮินาตะผู้ไม่เคยหยุดนิ่งคนนี้กำลังเป็นหวัด และมันเป็นอุปสรรคโคตรๆ

 

 

 

 

แม้แม่ของเขาจะบอกว่าให้พักก็เถอะ แต่โอกาสที่จะได้หยุดเรียนและไปซ้อมวอลเล่ย์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่มันเกิดขึ้นบ่อยซะที่ไหน คิดได้ดังนั้นฮินาตะจึงวิ่งต่อไป และพยายามทำท่าทางว่าเขาสบายดี ทั้งๆที่จริงแล้วมันมึนหัวไปหมด อย่างกับว่าโลกมันหมุนเร็วขึ้น

 

 

 

 

 

 

ขอล่ะ ขอแค่การซ้อมวันนี้มันเป็นไปได้ด้วยดี ขอแค่เขาทนให้ได้ถึงตอนนั้นก็พอ....

 

 

 

 

 


“สึกะๆ”ร่างสมส่วนหันมาตามเสียงเรียกของกัปตันวอลเล่ย์บอลคาราสึโนะ เมื่อเห็นว่าร่างสูงกวักมือเรียกจึงบอกให้ทานากะที่กำลังซ้อมกับเขาไปซ้อมกับนิชิโนยะ ก่อนจะเดินมาใกล้ ท่าทางที่ดูเป็นกังวลกับสีหน้านั้นทำให้สึกะวาระถามออกไป

 

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

 

“นายว่าวันนี้ฮินาตะดูแปลกๆมั้ย”เขาหันไปมองทางที่ฮินาตะอยู่

 

 

“เหมือนจะช้ากว่าปกติใช่มั้ย”ซาวามุระพยักหน้าแล้วพูดขึ้นอีก

 

 

“ไม่ใช่แค่นั้น เหมือนกับว่าจะเหนื่อยเร็วขึ้นด้วย”ทั้งสองมองไปตามร่างเล็กที่กำลังซ้อมลูกตบกับคาเงยาม่าอย่างที่ทำเป็นประจำ แต่ดูเหมือนว่าฮินาตะจะดูฝืนกว่าปกติ

 

 

“เฮ้ย!วันนี้แกเป็นอะไรไปฮินาตะ วิ่งก็ช้า กระโดดก็ไม่สูง ตั้งใจหน่อยสิเฟ้ย!”เสียงที่เคยได้ยินประจำจนกลายเป็นเรื่องชินสำหรับโรงยิมแห่งนี้ แต่คราวนี้มันต่างกันออกไปตรงที่ไม่มีเสียงของฮินาตะตะโกนกลับมา ร่างเล็กนั่งหอบหนักเหมือนกับไปวิ่งขึ้นเขาเป็นกิโล เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นและยกมือข้างนึงเป็นเชิงขอโทษกับร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า

 

 

“โทษทีๆจะทำให้ดีกว่านี้แล้วกัน”ฮินาตะพูดทั้งๆที่ยังหอบอยู่ พร้อมกับลุกขึ้นแม้จะเซไปเล็กน้อยและวิ่งกลับไปตั้งต้นใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความฉงนให้กับทั้งคาเงยามะและอีกสองคนที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่

 

 

 

“วันนี้สมองกลับหรือไงวะเจ้านั่น”คาเงยามะพึมพำเบาๆก่อนชะงักไปเพราะเหมือนจะสะกิดใจอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

 

ตั้งแต่เช้า เจ้าฮินาตะก็ดูแปลกๆทำท่าเหมือนจะอ้วก แถมวิ่งก็ช้าลงกว่าปกติ

 

 

 

 

เขาคิดพลางจ้องเขม็งไปทางที่ร่างเล็กยืนอยู่  และดูเหมือนฮินาตะจะรู้สึกได้ว่าเขามองก็สะดุ้งโหยงพลางหลบสายตาอย่างเห็นได้ชัด นั่นยิ่งทำให้ความสงสัยนั่นเพิ่มขึ้นไปอีก

 

 

 

 

 

หรือว่าเจ้านั่น...

 

 

 


แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร เสียงของซาวามุระก็ดังขึ้นว่าให้พักกินอาหารกลางวัน ทานากะและนิชิโนยะต่างตะโกนดีใจดังลั่น จนทำให้กัปตันต้องปราม ทุกคนต่างวิ่งออกไปเพื่อเอาผ้าเช็ดหน้าและข้าวกล่องที่เตรียมมา เว้นซะจะมีอยู่แค่สองคนที่คนนึงหยุดมองอีกคนที่ค่อยๆเดินออกมาจากสนามทั้งๆที่มันดูผิดวิสัยของร่างเล็กนั่นสุดๆส่วนคนที่ถูกมองก็เหมือนจะไม่ได้สังเกตว่ามีใครจ้องอยู่

 

 

 

“รู้สึกหนาวๆไงก็ไม่รู้แฮะ”ฮินาตะพึมพำเบาๆพลางเอามือลูบแขนไปมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการพิษไข้ที่เริ่มรุนแรงขึ้นหรือเป็นเพราะรู้สึกเหมือนโดนจ้องอยู่ตลอดเวลานั่นกันแน่ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

ชักจะหนักกว่าเดิม

 

 

 

 


 

เป็นประโยคเดียวที่ฮินาตะคิดได้ในตอนนี้ แค่เห็นกล่องข้าวมันก็พาลทำให้เขารู้สึกอิ่มขึ้นมาเฉยๆแต่ก็ยังต้องฝืนใจกิน เพราะใช้พลังงานไปเยอะ ในกล่องนั้นมีโพสต์อิสเล็กๆแปะอยู่ซึ่งเป็นของแม่เขาเอง

 

 

กินข้าวเสร็จอย่าลืมกินยานะโชโย แม่เอารวมไว้ในกล่องแล้ว’

 

 

ร่างเล็กเปิดกล่องข้าว ก็พบกับชุดยาเล็กๆที่ถูกห่อไว้วางตรงกลาง เขาหยิบมันออกมาแล้ววางไว้ข้างๆกล่อง ก่อนจะลงมือกินข้าว โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกการกระทำทั้งหมดนั้น ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนมาตลอด

 

 

“จ้องเจ้าเตี้ยขนาดนั้น ไม่กินเข้าไปเลยล่ะ”ร่างสูงสะดุ้งเล็กๆเหมือนถูกจับผิดอะไรได้ ก่อนจะหันไปตามเสียงก็พบกับสึกิชิมะที่ยืนกินน้ำอยู่ คาเงยามะทำเสียงชิเล็กๆก่อนหันกลับมากินข้าวกล่องของตนเองต่อ

 

 

“นายเองก็สังเกตเห็นใช่มั้ย...”อยู่ๆสึกิชิมะก็พูดขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ไม่มีน้ำเสียงกวนๆปนมา นั่นทำให้คนที่พยายามไม่สนใจชะงักไปในทันที

 

 

“ไม่ใช่แค่นายหรอกนะที่คิดว่าวันนี้เจ้านั่นมันเพี้ยน แม้แต่กัปตันหรือคนอื่นๆก็คิดเหมือนกัน”สายตาใต้กรอบแว่นมองไปทางที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาอยู่ในตอนนี้  ตาคมเหล่มองคนที่นั่งอยู่ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น

 

 

“เอ...หรือว่าท่านราชา...คงไม่สนใจพวกไพร่ๆอย่างพวกผมหรอกมั้ง หึหึ”สึกิชิมะพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ และเดินเบี่ยงออกมาโดยไม่สนใจฟังเสียงโวยวายของคนที่ตัวเองเพิ่งจะเหน็บแหนมไป ที่จริงเขาก็อยากจะแซวอะไรให้มากกว่านี้ แต่พอเห็นเจ้าลิงนั่นที่ปกติจะทำตัวร่าเริงอยู่ตลอดเวลามีอาการซึมๆอย่างนั้นมาตั้งแต่ช่วงเช้า เห็นแล้วมันหงุดหงิดชอบกล

 

 

 

 

 

 

 

 

เอาเถอะ คนของใคร จัดการเองแล้วกัน  เขาคิดในใจพลางเดินกลับไปยังที่นั่งของตน

 

 

 

 

 

 

 

.....................................................................................................................................................................................

 

 

 

 

 “รุ่นพี่สึกะวาระครับ ทำไมคราวนี้มาอยู่ฝั่งนี้ล่ะครับ?”ฮินาตะถามอย่างสงสัยในขณะที่กำลังจะเริ่มการซ้อมแบ่งกลุ่ม ทีมที่เขาอยู่นั่นประกอบไปด้วยเขา รุ่นพี่สึกะวาระ รุ่นพี่ทานากะ คาเงยามะและรุ่นพี่อีกสองคน

 

ปกติ ถ้าทีมฮินาตะมีคาเงยามะ รุ่นพี่สึกะวาระจะไปอยู่อีกฝั่งตลอด แต่คราวนี้ดูเหมือนจะแปลกไป แล้วฝั่งนั้นใครจะเป็นเซตเตอร์ล่ะ

 

 

“อะ..อ๋อ!พอดีว่าคาเงยามะบอกว่าเขาอยากเป็นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่เซตเตอร์บ้างน่ะ เขาเลยมาขอให้ฉันมาเป็นแทน ส่วนฝั่งโน้นก็ยังมีไดจิอยู่ ถึงจะไม่ค่อยได้เล่นเป็นเซตเตอร์ แต่ไดจิก็มีฝีมืออยู่พอสมควรล่ะนะ.. ”สึกะวาระตอบสะดุดนิดหน่อยพลางยิ้มแห้งๆให้ฮินาตะนิดๆร่างเล็กคิดขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองคาเงยามะที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา แล้วก็เจอกับสายตาของร่างสูงที่จ้องเขม็งมาก่อนอยู่แล้วทำให้เขารีบหันขวับกลับมาในทันที และรู้สึกเหมือนกับว่าตรงที่เขายืนอยู่มันหนาวขึ้นยังไงยังงั้น

 

 

 

 

 

 

ขนลุกอ่ะ  ฮินาตะคิดอย่างหวาดๆ

 

 

 

 

 

 

แม้จะเป็นแค่การซ้อม แต่ทุกคนก็เอาจริงเอาจังและไม่ออมมือ ร่างเล็กต้องพยายามเอาชนะตัวบล็อกอย่างสึกิชิมะที่สูงกว่าเขาเยอะเป็นโข ด้วยการส่งเร็วของสึกะวาระแม้จะไม่เร็วเท่าที่คาเงยามะส่งให้ แต่ด้วยประสบการณ์ในสนามที่มีมากกว่าก็ทำให้สามารถหลบหลีกและเอาชนะตัวบล็อกข้างหน้าไปได้ เขารู้สึกได้ว่ามันเยี่ยมมาก แต่ก็เหมือนกับว่าขาดอะไรไปบางอย่าง ไม่ใช่เพราะรุ่นพี่ แต่เป็นเพราะที่ตัวเขามันรู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

อะไรนะที่ขาดไป...?

 

 

 

 


 

รุ่นพี่สึกะวาระนั้นเก่ง เขายอมรับจากใจมาตั้งแต่ต้น และเคารพอย่างสุดซึ้ง แต่ก็รู้สึกว่าการส่งบอลของรุ่นพี่มันต่างออกไปจากการส่งบอลของใครอีกคนนึง คนที่เขาบอกว่าไม่มีทางไหนนอกจากจะเชื่อใจร่างสูงเท่านั้น

 

 

 

 


การส่งที่ตัวเขามันร่ำร้องว่า อีกครั้ง อีกครั้งอยู่เสมอ...

 

 

 

 

 การแข่งขันดำเนินไปอย่างสนุกสนานและจริงจัง ทุกคนต่างยิ้มและหัวเราะ แม้นี่จะเป็นช่วงเวลาที่เขาชอบที่สุด และรู้สึกว่ามันผ่านไปรวดเร็วเหมือนมีใครไปเร่งนาฬิกา แต่สำหรับตอนนี้ มันช่างเชื่องช้าและทรมาน ฮินาตะเริ่มหอบหนักขึ้น สายตาที่เคยมองชัดเริ่มพร่าเลือนจนทางข้างหน้ามันเบลอไปหมด สรรพเสียงรอบตัวดูอื้ออึงละเหมือนจะเบาลงเรื่อยๆแม้จะกินยาตามที่แม่สั่งเพื่อที่จะยังยื้อเวลาร่างกายของตนเอง แต่ดูเหมือนว่ามันจะหนักหนากว่าที่เขาคิด

 

 

 

 

 

 

“ฮินาตะ!ระวัง!!!”น้ำเสียงอันคุ้นเคยตะโกนมาอย่างตกใจ แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ประสาทของเขาจะตอบรับช้ากว่าปกติ จู่ๆก็รู้สึกว่าหน้าชาและตัวเขาเซไปข้างหลัง

 

 

 

 

 

 

 

หมับ!

 

 

 

 

 

 

 

ในตอนนั้นเหมือนกับว่าตัวเขาลอยได้ และวินาทีถัดมาก็ถูกฉุดอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว ฮินาตะรู้ว่าตนเองปะทะเข้ากับอะไรซักอย่างที่แรงและเร็ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหน้าชาและเซไปข้างหลัง แต่แทนที่ร่างกายนั้นจะล้มลงไปสัมผัสกับพื้นโรงยิม กลับมีบางสิ่งที่เข้ามาและรับตัวของเขาไว้เหมือนเป็นเบาะ มันเย็นแต่ก็รู้สึกดี หูเขารู้สึกอื้อและดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกไปชั่วขณะ

 

 

 

 

อา...นั่นสินะ...สิ่งที่ขาดไปนั่นน่ะ...

 

 

 

 

“เฮ้!เจ้าบ้าฮินาตะ!เจ้าบื้อ!เจ้าเซ่อ!เฮ้ยยยย!”เสียงนั่นดังพร้อมกับแรงเขย่าจนตัวเขาโยกไปมา แม้เสียงจะดังแค่ไหนแต่เขากลับได้ยินเหมือนกับมันดังมาจากที่ไกลแสนไกล เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นเพื่อจะมองว่าอะไรหรือใครที่มาเป็นเบาะรับเขาไว้ เส้นผมสีดำที่มีหยดน้ำย้อยลงมาเป็นหยดเล็กๆล้อมใบหน้าคมกับดวงตาสีขนกาทำให้สมองเขาประมวลผลได้เพียงอย่างเดียว

 

 

 

 

นายนี่เอง....

 

 

 

 

“..คา..เงยามะ...”รู้สึกได้ว่าน้ำเสียงตัวเองขาดหาย แต่กระนั้นกลับเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกมาได้ง่ายดาย

 

 

“คาเงยามะบ้าอะไรของแก!เป็นไข้แล้วทำไมไม่บอก เกิดเมื่อกี้ฉันมาช่วยไม่ทันมันจะเป็นยังไงฮะ!เจ้าบื้อ!เจ้าเซ่อ!เจ้า...!”

 

 

“คาเงยามะ นี่นายพูดซ้ำมาสองรอบแล้วนะ ใจเย็นก่อนๆ”สึกะวาระพูดขึ้นในขณะที่ย่อตัวมาดูอาการของร่างเล็ก การซ้อมหยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้การที่ฮินาตะจะโดนลูกตบปะทะหน้านั้นจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นเรื่อง(เกือบ)ปกติ แต่วันนี้เพราะทุกคนต่างสังเกตได้ว่าฮินาตะดูผิดไปจากที่ผ่านมา จึงจับตาดู และก็เป็นอย่างที่เห็น ร่างเล็กนั้นดูจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเจออะไรมากระแทก

 

 

“ตัวร้อนมาก”สึกะพูดสั้นๆก่อนจะหันไปทางกัปตันทีม

 

 

“ฮินาตะ...ฉันรู้ว่านายน่ะชอบวอลเล่ย์มาก แต่นายก็ต้องห่วงสุขภาพของตนเองก่อนสิ ถ้าร่างกายเป็นอะไรขึ้นมานายอาจจะเล่นวอลเล่ย์ไม่ได้อีกตลอดชีวิตเลยนะ”ซาวามุระพูดด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ แต่กระนั้นความเป็นห่วงที่มีมันก็มากกว่า

 

 

“ขอโทษครับ…”คนป่วยพูดอย่างสำนึกผิด เขารู้ว่าที่รุ่นพี่พูดมานั้นถูกทุกอย่าง และเขาก็รู้ตัวดีว่ามันไม่ควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากทำ

 

 

 

 

 

 

 

เขาอยากเล่น อยากวิ่ง อยากกระโดด และอยากทำอะไรอีกหลายๆอย่างร่วมกับคนที่ยืนอยู่บนสนามเดียวกันกับเขา คนที่เป็นพวกพ้องเหล่านี้ เขาอยากจะทำมันให้นานที่สุด

 

 

 

 

 


 

“เอาเถอะ ถึงฉันจะบ่นไปก็คงไม่ได้ช่วยอะไร คราวหลังก็อย่าทำแล้วกัน คาเงยามะ ฝากดูแลฮินาตะด้วย”

 

 

“ครับ”คาเงยามะตอบรับสั้นๆพลางแบกคนป่วยไปที่ม้านั่ง และหลังจากนั้นทุกคนยกเว้นคาเงยามะก็กลับไปซ้อม แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นแบบสามสามแทนเพราะผู้เล่นขาดไปสอง

 

 

“นายจะไปซ้อมก็ได้นะ เดี๋ยวฉันนอนอยู่ตรงนี้แหละ”ฮินาตะพูดอย่างอ่อนแรงขณะที่คิโยโกะผู้จัดการของทีมเอาผ้าชุบน้ำมาวางบนหน้าผากให้เพื่อซับไอร้อน เขากล่าวขอบคุณกับรุ่นพี่ก่อนจะแหงนหน้ามองคนที่ยังไม่เขยื้อนไปไหนตั้งแต่แบกเขามา

 

 

“ไม่ล่ะ พอฉันคลาดสายตาจากแกทีไรเป็นต้องก่อเรื่องทุกที”คนผมดำพูดพลางมองหน้าคนที่นอนอยู่ด้วยสายตาหงุดหงิดเล็กๆ แล้วหลังจากนั้นก็บ่นอะไรต่อมิอะไรออกมาอีกไม่รู้ ร่างเล็กเพียงมองคนที่นั่งข้างๆพลันมีคำถามหนึ่งลอยขึ้นมา

 

 

 

“คาเงยามะ...ทำไมนายวันนี้ถึงไม่เซตลูกให้ฉัน...”

 

 

 

 

ทั้งๆที่นายทำได้ดีกว่าใคร ทั้งๆที่นาย...

 

 

 


“ทำไมนายถึงจะอยากเล่นตำแหน่งอื่น...”

 

 

 

 

 

นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากเป็นเซตเตอร์ที่เก่งที่สุด

 

 

 


เพื่อที่จะได้ส่งลูกให้ฉัน...

 

 

 

 

 

ทำไม...?

 

 

 

 


 

คำถามจากร่างเล็กที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา ทำให้คาเงยามะหยุดบ่น เขามองไปที่ฮินาตะที่มองมาก่อนอยู่แล้ว แววตานั้นราวกับสิ้นหวังและหวาดกลัว ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานก่อนที่คาเงยามะจะเป็นฝ่ายหลับตาและถอนหายใจ พลางเอามือลูบหัวคนคิดมาก ทั้งๆที่ปกติเป็นคนไม่คิดอะไรขนาดนี้  เขาจ้องกลับด้วยสายตาจริงจังจนรู้สึกได้ว่าร่างเล็กนั้นหน้าขึ้นสีกว่าเดิมนิดหน่อย

 

 

 

ซื่อตรง จริงใจ และขี้โวยวาย


ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่อยู่กับคนตรงหน้า แม้จะเป็นข้อเสียที่ดูน่าหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้น...


เขาก็ยัง...

 

 

 

“ที่ฉันไม่ได้เซตลูกให้นายก็เพราะ...”

 

 

“คาเงยามะ!ระวังลูก!”ก่อนที่จะได้พูดจบ เสียงของรุ่นพี่สึกะวาระก็ดังขึ้น ร่างสูงรีบหันไปตามเสียงและก็เห็นลูกที่พุ่งมาด้วยความเร็ว และนั่นทำให้เขาไม่ทันได้ป้องกันจึงทำให้ลูกกระแทกหน้าและทำให้เขาหงายเงิบตกจากเก้าอี้ในทันที วินาทีนั้นฮินาตะมองเห็นเป็นภาพช้า และหลังจากที่ตั้งสติได้ก็รีบลุกพรวดจนทำให้เกิดอาการหน้ามืด โรงยิมเกิดเสียงดังระงมอีกครั้งโดยเหตุการณ์ที่เหมือนจะเกิดขึ้นซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพียงแต่ครั้งนี้เป็นอีกคนนึง

 

 

“หน้าพวกนายนี่เป็นแม่เหล็กดูดลูกวอลเล่ย์รึไงกัน ฮ่าๆๆ”สึกิชิมะพูดไปขำไป

 

 

“อยากลองเป็นบ้างมั้ย เดี๋ยวฉันสงเคราะห์ให้เลย”คาเงยามะพูดพลางลูบจมูกป้อยๆสายตาจ้องจะทำตามที่ว่าจริงๆถ้าไม่มีปีสามเข้ามาห้ามทัพเสียก่อน

 

และสุดท้ายในวันนั้น คนที่ได้ฉายาใหม่ทั้งสองคนก็เป็นอันต้องกลับบ้านก่อนตามคำสั่งของกัปตัน

 

 

“เดี๋ยวผมแบกเจ้านี่ไปส่งเอง”คาเงยามะพูดขึ้นในขณะที่กำลังปรึกษากันว่าใครจะพาคนป่วยกลับบ้าน

 

 

“งั้นฝากด้วยแล้วกัน”สึกะวาระพูดพลางตบบ่ารุ่นน้อง

 

 

“อย่าเผลอดูดลูกบอลมาล่ะ ท่านราชา”คนหัวเหลืองพูดและหัวเราะเล็กๆและก็ได้เสียงโวยวายกลับมา

 

 

“อยากจะโดนซักลูกมั้ยล่ะ!”และก็อีกครั้งที่เกือบจะเปิดศึกกัน ส่วนคนป่วยนั้นหลับไปแล้ว

 

 

 

 

...................................................................................................................................................................................

 

 

 

 

 

อุ่น...ความรู้สึกแรกที่ฮินาตะสัมผัสได้ และต่อมาก็เป็นความเย็นของหิมะ ร่างเล็กปรือตามองทัศนียภาพ เขาหลับ แต่ตอนนี้ตัวเขากำลังเคลื่อนที่ไปช้าๆ

 

 

 

 

ไม่สิ....ใครบางคนทำให้เขาเคลื่อนที่ไปช้าๆ

 



ฮินาตะค่อยๆเงยหน้ามองคนที่กำลังแบกเขา สิ่งแรกที่พบคือเส้นผมสีดำ และจากนั้นก็คือบ่ากว้าง เขาชะเง้อหน้าไปเล็กน้อยก็เห็นสีหน้าของร่างสูงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆพอรู้สึกตัวว่ามันใกล้กว่าที่เคยนิดหน่อยและรู้ตัวว่ากำลังแอบมองใบหน้าของคนผมดำ นั่นทำให้เขา ใจเต้น นิดๆ

 

 

 

 

ทำไมรู้สึกว่าหน้ามันร้อนขึ้นนะ อินาตะคิดแล้วเสมองไปทางอื่น การขยับตัวทำให้คาเงยามะรู้ว่าร่างเล็กที่ตนแบกมานั้นตื่นแล้ว

 

 

 

 

“หลับเพลินเลยนะแก”ร่างสูงบ่นนิดๆแต่ก็กระชับแขนเพื่อทำให้มั่นคงยิ่งขึ้น

 

 

“เมื่อยมั้ยอ่ะ ให้ฉันลงเดินมั้ย”

 

 

“ไม่ต้องเลย ฉันขี้เกียจหามแกส่งโรง’บาล”

 

 

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ปล่อยฉันลงเดินเถอะ”

 

 

“ไม่เฟ้ย!”

 

 

“ทำไมอ้ะ”ร่างเล็กข้างหลังบ่นอุบอิบ “ฉันเกรงใจนะเนี่ย”

 

 

“ลิงอย่างนายรู้จักความเกรงใจด้วย งั้นทีหลังถ้าเกรงใจ เวลาป่วยก็นอนอยู่ที่บ้านซะ”ร่างสูงพูดอย่างหงุดหงิดเล็กๆฮินาตะทำหน้าหงอยลง

 

 

“ขอโทษ...”ร่างเล็กพูดเสียงเบา ร่างสูงไม่ได้ตอบกลับ บรรยากาศรอบข้างเงียบแต่ไม่ได้อึดอัด พอให้ได้ยินเสียงลมพัดกระทบต้นไม้ไหว

 

 

“นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะคาเงยามะ”

 

 

“เรื่องอะไร”

 

 

“ที่โรงยิมไง ที่ฉันถามนาย...”ร่างเล็กพูดและหยุดไป จู่ๆคำถามที่ไม่อยากจะถามซักเท่าไหร่มันก็ผุดขึ้น

 

 

 


ทำไม...?นายถึงไม่เซตลูกให้ฉัน?

 

 


ทำไม...?นายถึงอยากเล่นตำแหน่งอื่น

 

 


ทำไม...?

 

 

 

 


 

คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในใจของฮินาตะ แม้ปากจะกล้าถามแต่หากในใจก็กลัวคำตอบ

 

 

“อ่อ...นั่นน่ะ...มันก็เพราะ...”ร่างสูงพูดและหยุดไป ร่างเล็กชะโงกหน้าเข้ามาเพื่อที่จะได้เห็นสีหน้าของคาเงยามะ แต่ร่างสูงก้มหน้าลงจึงทำให้มองไม่ถนัด

 

 

ช่วงเวลารอคำตอบกินเวลายาวนานในความคิดของร่างเล็ก จนทำให้ใจรู้สึกหนึบๆแต่แล้วเสียงของร่างสูงก็ตอบกลับมา

 

 

“ฉัน....เป็นห่วงนาย”สี่คำสั้นๆนั่นทำให้ฮินาตะงงไปชั่วครู่ สมองกำลังประมวลผลอย่างเชื่องช้า

 

 

“ปะ..เป็นห่วงฉัน?”ร่างเล็กถามกลับตะกุกตะกัก เพราะกำลังคิดอยู่ว่าคำตอบของร่างสูงมันตรงกับคำถามเขาตรงไหน

 

 

“เออดิ เพราะเป็นห่วงแกเลยไปอยู่ข้างหลัง เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินฉันจะได้ช่วยแกทัน...”น้ำเสียงนั้นดูจะหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ฮินาตะก็เห็นได้ว่าหน้าของร่างสูงเจือสีแดงหน่อยๆ

 

 

 

 

เพราะเป็นห่วงเลยไปอยู่ข้างหลัง...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการไม่เซตลูก...?

 



เพราะวันนี้เขาดูแปลกไป คาเงยามะเลยเป็นห่วง เลยขอให้รุ่นพี่มาเซตลูกให้เขา แล้วตัวเองไปอยู่ด้านหลัง เพื่อที่จะช่วยเขาในตอนที่เขาเกิดล้มขึ้นมา...

 

 

 

 

จู่ๆหน้าของฮินาตะก็แดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

 

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคำตอบมันเกี่ยวกันมั้ย แต่กระนั้นร่างเล็กก็สรุปความสั้นๆ

 

 

 

 

เหตุผลอ่ะ ช่างมันเถอะ แค่รู้ว่าคนข้างหน้าเป็นห่วงเขา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

 

 

“งั้น...ถ้าเป็นห่วง ก็ไปส่งฉันให้ถึงบ้านด้วยนะ!”ร่างเล็กยิ้มกว้างก่อนจะพูดออกมาอย่างร่าเริง

 

 

“มันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิเฟ้ย!”ร่างสูงพูดกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะหงุดหงิดตามสไตล์เจ้าตัว แต่กระนั้นน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ร่างเล็กรู้ว่ามันคืออะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บางที...คำตอบของคำถาม ก็ไม่จำเป็นเสมอไป

 



ขอเพียงคำตอบนั้น...มันคือความรู้สึกของหัวใจ

 



แค่นั้น...ก็เพียงพอ...

 

 


 

 

 


....................................................................................................................................................................

 

 

 

 

เหตุการณ์ก่อนหน้า

 

 

 

 

 

ผมขอไปอยู่ข้างหลังเจ้าฮินาตะได้มั้ยครับ’ในขณะที่กำลังหารือเรื่องการจัดตำแหน่งทีม จู่ๆร่างสูงก็พูดขึ้นมานั่นทำให้กัปตันและรองกัปตันต่างสงสัย


ทำไมล่ะ อย่างนี้ตัวเซตมันก็ขาดไปน่ะสิ’สึกะวาระพูดขึ้นมาแล้วมองที่ไปที่คาเงยามะ


ก็...ผม..’ร่างสูงอึกอักพลางหลบตา แต่สึกะวาระก็แอบเห็นว่าหน้าคมขึ้นสีนิดๆและนั่นก็ทำให้สึกะรู้เหตุผล เขาจึงยิ้มออกมาเล็กๆ


อืม...งั้น เดี๋ยวฉันไปเซตฝั่งนายแล้วกัน ไดจิ นายเป็นเซตเตอร์ไหวมั้ย?’


อะ อื้ม!ได้สิ’กัปตันทีมตอบรับอย่างฉงนเล็กน้อย


ขอบคุณครับ!’คาเงยามะก้มหัวและวิ่งกลับไปที่คอร์ต เมื่อรุ่นน้องวิ่งห่างออกไปไกล ผู้เป็นกัปตันทีมจึงถามคนข้างๆ


ทำไมนายถึงบอกเขาไปแบบนั้นล่ะ’ซาวามุระถามอย่างสงสัยในรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นกับคนตรงหน้า


ไม่รู้สิ…อาจจะเป็นเพราะ...ฉันรู้สึกได้ล่ะมั้ง...’


รู้สึกได้...?’


อื้ม!’


แล้วไอ้ที่บอกว่ารู้สึกได้เนี่ย มันอะไรอ่ะ?’


คิกคิก...นายไม่ต้องรู้หรอกน่า’


โห...มันไม่แฟร์นี่ บอกฉันหน่อยสิ ฉันอยากรู้บ้างอ้ะ’


หาคำตอบเอาเองสิ คนซื่อบื้อ’สึกะพูดแล้วหัวเราะเล็กๆกับท่าทางของคนข้างๆที่ทำหน้างงๆก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในสนาม

 

 

 

 


 

 

ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของหัวใจสองคนนั้นแล้วกัน จะรู้เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเอง’สึกะวาระคิดพลางยิ้มน้อยๆ

 

 

 

 

 

 

 

 


END(?)

 

 

 

..................................................................................................................................................................

และแล้วก็จบไปแบบงงๆ รู้สึกว่าตัวเองเสียพลังไปเยอะ(ฮา)แถมท้ายด้วยภาพวาดที่เราวาดขึ้นมาประกอบฉากในคราแรก แต่ดูมันไม่ค่อยจะเข้ากับฉากเท่าไหร่(ฮา)แต่เสียดายอ่ะ เลยลงไปซะเลย55555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วเจอกันใหม่นะ! :D

 

 

 

edit @ 22 Jul 2015 10:05:36 by TheKeeperDream

FANART : HAIKYUU!!! : NORMAL AND C

posted on 02 Sep 2014 20:51 by thekeeperdream
ใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยจนลืมไปว่าฉันเองก็มีบล็อค(ฮา)
แต่ครั้นจะอัพอะไรก็คิดไม่ออก
จนไปติดการ์ตูนเนี่ยแหละ ถึงได้ภาพออกมา555
เรื่อง haikyuu ค่ะ ติดแบบงอมแงม อ่านมันหมดทั้งฟิคทั้งอะไรต่อมิอะไร
และก็เลยอยากลองวาดแบบสลับร่างดูบ้าง
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้มันออกมา(ฮา)
 
 
 
 
 
 
 
คือแบบ ชอบคู่นี้มากกกกกกกกกก ฮินาตะน่ารักสดใสจนอยากเห็นแบบที่ว่าถ้าเขาเป็นผู้หญิงมันจะเป็นไง
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบคู่อื่นนะ ไดจิสึกะก็น่ารัก สึกะมุ้งมิ้งมากมายยย(อะไรของมัน)
คู่โออิกับอิวะ คู่โออิกับคาเง มีอีกคู่นึงแต่จำชื่อไม่ได้ ส่วนคู่อาจารย์กับโค้ชนั่นยังไม่ค่อยเห็นฟิคแต่ก็ชอบ(ถ้าชอบมากเข้าคงได้มีแต่งเองซักวัน//ฮา)
ถ้าขยันอยากสนองนี้ดตัวเอง คงได้เห็นอีกหลายๆคู่ แต่ตอนนี้ยังขี้เกียจอยู่55555
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วเจอกัน :)