The Sun Set

posted on 29 Sep 2014 16:56 by thekeeperdream
ไม่มีอะไรมาก ไม่อยากให้บล็อกร้างเลยมาลงรูปไว้(ฮา)
เป็นภาพที่วาดในกรุ๊ปที่เราเป็นสมาชิกค่ะ 
[http://writer.dek-d.com/charactercross/writer/view.php?id=1024437]
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กระดาษเอสาม สีน้ำ ปรับสีในโฟโตชอปอีกที
แล้วพบกันใหม่นะคะ :)
 

[Fic Haikyuu]I WITH YOU - Kagayama x Hinata

posted on 09 Sep 2014 21:03 by thekeeperdream

[Fic Haikyuu]

 

 

Title :  I WITH YOU

 

 

Pairing : Kagayama x Hinata

 

 

Author : Pokky

 

 

 

Note : ขอสารภาพ ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร(ฮา)เป็นฟิคเรื่องแรกที่มาพร้อมกับภาพประกอบที่วาดเสร็จก่อน(ฮา)ภาษาขัดไปบ้าง อารมณ์ขัดไปบ้าง ก็จะฝึกปรือฝีมือค่ะ! (ประเด็นคือคิดคำพูดไม่ออกอ่ะ//ฮา)

 

 

 

เขาเองไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ไปได้

 

 

 

ไม่สิ...ที่จริงต้องบอกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยล่ะ

 

 

 

เป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างฮินาตะ โชโย

 

 

 

.....จะเป็นหวัด......

 

 

 

 

 

อากาศหนาวมาตลอดทั้งสัปดาห์เพราะหิมะที่ตกหนักติดต่อกันจนทางการประกาศหยุดเรียนเนื่องจากหิมะที่กองสูงจนเหมือนกำแพงนั่นทับถมทางจราจรจนหมดสิ้น อากาศที่เย็นเยียบบวกกับลมแรงที่พัดอยู่เกือบตลอดทำให้ไม่ค่อยจะมีใครกล้าย่างกรายออกมาข้างนอก เพราะกลัวจะแข็งตายเสียก่อน

 

 

 

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีชื่อว่าฮินาตะ โชโย

 

 

 

ด้วยบุคลิกที่สดใสจนเหมือนพระอาทิตย์ดวงที่สอง กับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่มาพร้อมกับความกระตือรือร้นจนเหมือนพวกไฟลุกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้คนที่ผ่านมาเห็นนั้นต่างก็รู้สึกดีและแอบเหนื่อยแทนร่างเล็กนั่นไปด้วย

 

 

หัวสีส้มชี้ฟูไหวไปมาพร้อมกับการกระโดดเหยงๆจนทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆรู้สึกหงุดหงิดชอบกล

 

 

“เฮ้ย!เจ้าบ้า!อยู่นิ่งๆไม่เป็นหรือไง!”ถึงน้ำเสียงนั้นบ่งบอกความหงุดหงิดอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กนั้นหยุดการกระทำลงได้ ซ้ำยังหันมายิ้มแฉ่งจนคนมองยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นทวีคูณ

 

 

“ก็คนมันดีใจนี่นา!โรงเรียนก็หยุด แถมยังได้ซ้อมวอลเล่ย์อีก แค่คิดฉันก็แทบทนไม่ไหวแล้ว”ฮินาตะพูดทั้งๆที่ยังวิ่งกึ่งกระโดดไปมา จนทำให้อีกร่างเริ่มวิ่งตามด้วยความเร็วที่เริ่มเพิ่มขึ้น

 

 

“อย่าวิ่งสิฟะเจ้างั่ง เดี๋ยวไปสะดุดหิมะล้มขึ้นมา เกิดบาดเจ็บจะเป็นยังไง!”เส้นผมสีดำพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่าน  แม้ปากจะบ่นแต่ร่างกายก็ยังขยับไปตามคนที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘คู่หู’ ของเขาไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

 

 

คู่หู...เป็นคำนิยามสั้นๆที่ผู้คนรอบกายต่างตั้งให้ เหล่าอีกาที่โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าในสนามวอลเล่ย์บอล สถานที่แห่งชัยชนะ ความพ่ายแพ้ และอีกหลายๆอย่างสำหรับทีมวอลเล่ย์บอลแห่งคาราสุโนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่สำหรับเขา...คาเงยามะ โทบิโอะ เขารู้มาตลอดว่าร่างตรงหน้ามันเป็นมากกว่านั้น....

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันพลับ อยู่ๆร่างเล็กก็เกิดชะงักกลางอากาศ เล่นเอาเขาเกือบหยุดไม่ทัน ปากเกือบจะพ่นคำด่าสารพัดถ้าไม่เหลือบไปเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนตรงหน้าเสียก่อน

 

 

เป็นอะไรของมัน   ทำท่ายังกับจะอ้วก

 

 

“เฮ้ยๆเป็นอะไรไป ทำท่าเหมือนเมารถอย่างนั้น หรือว่าเมากระโดด?”เขาถามไปอย่างสงสัยปนกวนนิดๆแทนที่จะได้ยินเสียงแว้ดๆเหมือนโทรโข่ง กลับเป็นสีหน้าที่เหมือนถูกจับผิดอะไรซักอย่างได้

 

 

“ปะ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร พอดีตอนที่กระโดดอยู่ๆก็นึกถึงตอนที่ขึ้นรถบัสน่ะ ฮ่ะๆฮ่ะๆๆ”เสียงพูดตะกุกตะกักพร้อมกับสายตาที่จงใจมองไปทางอื่นนั่นยิ่งทำให้ทาเคยามะยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ แต่เจ้าตัวคนที่ถูกสงสัยกลับ(พยายาม)ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน และวิ่งต่อไปโดยไม่ได้หันมามองคนร่างสูงอีก คาเงยามะสงสัยอยู่ไม่นานก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปให้ทันเวลานัดของกัปตัน

 

 

 

 

“เฮ้ย!อย่าวิ่งแซงสิฟะ!!”

 

 

 

 

 

..............................................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

 

 

 



ฮินาตะคิดในใจก่อนที่จะรีบวิ่งไปโดยไม่ฟังคำบ่นโวยวายของคนข้างหลัง สีหน้าที่พยายามซ่อนมาตลอดการเดินทางหลุดออกมาให้ร่างสูงเห็นแวบนึงจนในหัวแอบหวาดๆว่าเจ้าคาเงยามะนั่นจะสงสัยอะไรมั้ย แต่เมื่อร่างสูงถามแบบนั้นก็แอบโล่งใจว่ามันคงยังไม่รู้ เลยรีบกลบเกลื่อนและชิ่งออกมาก่อนอย่างไม่รีรอ แม้ร่างกายจะแทบก้าวต่อไปไม่ไหวก็ยังฝืนใจวิ่งต่อ

 

 

 

 

ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วยนะ

 

 


 

ร่างเล็กคิดในใจพลางวิ่งต่อไป เหงื่อที่เริ่มซึมมากขึ้นเพราะอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ไม่ดีมากนัก ร่างเล็กรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง เขารู้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

 

 

 

หวัด....

 

 

 

 

 

 

 

ใช่....ฮินาตะผู้ไม่เคยหยุดนิ่งคนนี้กำลังเป็นหวัด และมันเป็นอุปสรรคโคตรๆ

 

 

 

 

แม้แม่ของเขาจะบอกว่าให้พักก็เถอะ แต่โอกาสที่จะได้หยุดเรียนและไปซ้อมวอลเล่ย์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่มันเกิดขึ้นบ่อยซะที่ไหน คิดได้ดังนั้นฮินาตะจึงวิ่งต่อไป และพยายามทำท่าทางว่าเขาสบายดี ทั้งๆที่จริงแล้วมันมึนหัวไปหมด อย่างกับว่าโลกมันหมุนเร็วขึ้น

 

 

 

 

 

 

ขอล่ะ ขอแค่การซ้อมวันนี้มันเป็นไปได้ด้วยดี ขอแค่เขาทนให้ได้ถึงตอนนั้นก็พอ....

 

 

 

 

 


“สึกะๆ”ร่างสมส่วนหันมาตามเสียงเรียกของกัปตันวอลเล่ย์บอลคาราสึโนะ เมื่อเห็นว่าร่างสูงกวักมือเรียกจึงบอกให้ทานากะที่กำลังซ้อมกับเขาไปซ้อมกับนิชิโนยะ ก่อนจะเดินมาใกล้ ท่าทางที่ดูเป็นกังวลกับสีหน้านั้นทำให้สึกะวาระถามออกไป

 

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

 

“นายว่าวันนี้ฮินาตะดูแปลกๆมั้ย”เขาหันไปมองทางที่ฮินาตะอยู่

 

 

“เหมือนจะช้ากว่าปกติใช่มั้ย”ซาวามุระพยักหน้าแล้วพูดขึ้นอีก

 

 

“ไม่ใช่แค่นั้น เหมือนกับว่าจะเหนื่อยเร็วขึ้นด้วย”ทั้งสองมองไปตามร่างเล็กที่กำลังซ้อมลูกตบกับคาเงยาม่าอย่างที่ทำเป็นประจำ แต่ดูเหมือนว่าฮินาตะจะดูฝืนกว่าปกติ

 

 

“เฮ้ย!วันนี้แกเป็นอะไรไปฮินาตะ วิ่งก็ช้า กระโดดก็ไม่สูง ตั้งใจหน่อยสิเฟ้ย!”เสียงที่เคยได้ยินประจำจนกลายเป็นเรื่องชินสำหรับโรงยิมแห่งนี้ แต่คราวนี้มันต่างกันออกไปตรงที่ไม่มีเสียงของฮินาตะตะโกนกลับมา ร่างเล็กนั่งหอบหนักเหมือนกับไปวิ่งขึ้นเขาเป็นกิโล เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นและยกมือข้างนึงเป็นเชิงขอโทษกับร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า

 

 

“โทษทีๆจะทำให้ดีกว่านี้แล้วกัน”ฮินาตะพูดทั้งๆที่ยังหอบอยู่ พร้อมกับลุกขึ้นแม้จะเซไปเล็กน้อยและวิ่งกลับไปตั้งต้นใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความฉงนให้กับทั้งคาเงยามะและอีกสองคนที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่

 

 

 

“วันนี้สมองกลับหรือไงวะเจ้านั่น”คาเงยามะพึมพำเบาๆก่อนชะงักไปเพราะเหมือนจะสะกิดใจอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

 

ตั้งแต่เช้า เจ้าฮินาตะก็ดูแปลกๆทำท่าเหมือนจะอ้วก แถมวิ่งก็ช้าลงกว่าปกติ

 

 

 

 

เขาคิดพลางจ้องเขม็งไปทางที่ร่างเล็กยืนอยู่  และดูเหมือนฮินาตะจะรู้สึกได้ว่าเขามองก็สะดุ้งโหยงพลางหลบสายตาอย่างเห็นได้ชัด นั่นยิ่งทำให้ความสงสัยนั่นเพิ่มขึ้นไปอีก

 

 

 

 

 

หรือว่าเจ้านั่น...

 

 

 


แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร เสียงของซาวามุระก็ดังขึ้นว่าให้พักกินอาหารกลางวัน ทานากะและนิชิโนยะต่างตะโกนดีใจดังลั่น จนทำให้กัปตันต้องปราม ทุกคนต่างวิ่งออกไปเพื่อเอาผ้าเช็ดหน้าและข้าวกล่องที่เตรียมมา เว้นซะจะมีอยู่แค่สองคนที่คนนึงหยุดมองอีกคนที่ค่อยๆเดินออกมาจากสนามทั้งๆที่มันดูผิดวิสัยของร่างเล็กนั่นสุดๆส่วนคนที่ถูกมองก็เหมือนจะไม่ได้สังเกตว่ามีใครจ้องอยู่

 

 

 

“รู้สึกหนาวๆไงก็ไม่รู้แฮะ”ฮินาตะพึมพำเบาๆพลางเอามือลูบแขนไปมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการพิษไข้ที่เริ่มรุนแรงขึ้นหรือเป็นเพราะรู้สึกเหมือนโดนจ้องอยู่ตลอดเวลานั่นกันแน่ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

ชักจะหนักกว่าเดิม

 

 

 

 


 

เป็นประโยคเดียวที่ฮินาตะคิดได้ในตอนนี้ แค่เห็นกล่องข้าวมันก็พาลทำให้เขารู้สึกอิ่มขึ้นมาเฉยๆแต่ก็ยังต้องฝืนใจกิน เพราะใช้พลังงานไปเยอะ ในกล่องนั้นมีโพสต์อิสเล็กๆแปะอยู่ซึ่งเป็นของแม่เขาเอง

 

 

กินข้าวเสร็จอย่าลืมกินยานะโชโย แม่เอารวมไว้ในกล่องแล้ว’

 

 

ร่างเล็กเปิดกล่องข้าว ก็พบกับชุดยาเล็กๆที่ถูกห่อไว้วางตรงกลาง เขาหยิบมันออกมาแล้ววางไว้ข้างๆกล่อง ก่อนจะลงมือกินข้าว โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกการกระทำทั้งหมดนั้น ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนมาตลอด

 

 

“จ้องเจ้าเตี้ยขนาดนั้น ไม่กินเข้าไปเลยล่ะ”ร่างสูงสะดุ้งเล็กๆเหมือนถูกจับผิดอะไรได้ ก่อนจะหันไปตามเสียงก็พบกับสึกิชิมะที่ยืนกินน้ำอยู่ คาเงยามะทำเสียงชิเล็กๆก่อนหันกลับมากินข้าวกล่องของตนเองต่อ

 

 

“นายเองก็สังเกตเห็นใช่มั้ย...”อยู่ๆสึกิชิมะก็พูดขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ไม่มีน้ำเสียงกวนๆปนมา นั่นทำให้คนที่พยายามไม่สนใจชะงักไปในทันที

 

 

“ไม่ใช่แค่นายหรอกนะที่คิดว่าวันนี้เจ้านั่นมันเพี้ยน แม้แต่กัปตันหรือคนอื่นๆก็คิดเหมือนกัน”สายตาใต้กรอบแว่นมองไปทางที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาอยู่ในตอนนี้  ตาคมเหล่มองคนที่นั่งอยู่ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น

 

 

“เอ...หรือว่าท่านราชา...คงไม่สนใจพวกไพร่ๆอย่างพวกผมหรอกมั้ง หึหึ”สึกิชิมะพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ และเดินเบี่ยงออกมาโดยไม่สนใจฟังเสียงโวยวายของคนที่ตัวเองเพิ่งจะเหน็บแหนมไป ที่จริงเขาก็อยากจะแซวอะไรให้มากกว่านี้ แต่พอเห็นเจ้าลิงนั่นที่ปกติจะทำตัวร่าเริงอยู่ตลอดเวลามีอาการซึมๆอย่างนั้นมาตั้งแต่ช่วงเช้า เห็นแล้วมันหงุดหงิดชอบกล

 

 

 

 

 

 

 

 

เอาเถอะ คนของใคร จัดการเองแล้วกัน  เขาคิดในใจพลางเดินกลับไปยังที่นั่งของตน

 

 

 

 

 

 

 

.....................................................................................................................................................................................

 

 

 

 

 “รุ่นพี่สึกะวาระครับ ทำไมคราวนี้มาอยู่ฝั่งนี้ล่ะครับ?”ฮินาตะถามอย่างสงสัยในขณะที่กำลังจะเริ่มการซ้อมแบ่งกลุ่ม ทีมที่เขาอยู่นั่นประกอบไปด้วยเขา รุ่นพี่สึกะวาระ รุ่นพี่ทานากะ คาเงยามะและรุ่นพี่อีกสองคน

 

ปกติ ถ้าทีมฮินาตะมีคาเงยามะ รุ่นพี่สึกะวาระจะไปอยู่อีกฝั่งตลอด แต่คราวนี้ดูเหมือนจะแปลกไป แล้วฝั่งนั้นใครจะเป็นเซตเตอร์ล่ะ

 

 

“อะ..อ๋อ!พอดีว่าคาเงยามะบอกว่าเขาอยากเป็นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่เซตเตอร์บ้างน่ะ เขาเลยมาขอให้ฉันมาเป็นแทน ส่วนฝั่งโน้นก็ยังมีไดจิอยู่ ถึงจะไม่ค่อยได้เล่นเป็นเซตเตอร์ แต่ไดจิก็มีฝีมืออยู่พอสมควรล่ะนะ.. ”สึกะวาระตอบสะดุดนิดหน่อยพลางยิ้มแห้งๆให้ฮินาตะนิดๆร่างเล็กคิดขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองคาเงยามะที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา แล้วก็เจอกับสายตาของร่างสูงที่จ้องเขม็งมาก่อนอยู่แล้วทำให้เขารีบหันขวับกลับมาในทันที และรู้สึกเหมือนกับว่าตรงที่เขายืนอยู่มันหนาวขึ้นยังไงยังงั้น

 

 

 

 

 

 

ขนลุกอ่ะ  ฮินาตะคิดอย่างหวาดๆ

 

 

 

 

 

 

แม้จะเป็นแค่การซ้อม แต่ทุกคนก็เอาจริงเอาจังและไม่ออมมือ ร่างเล็กต้องพยายามเอาชนะตัวบล็อกอย่างสึกิชิมะที่สูงกว่าเขาเยอะเป็นโข ด้วยการส่งเร็วของสึกะวาระแม้จะไม่เร็วเท่าที่คาเงยามะส่งให้ แต่ด้วยประสบการณ์ในสนามที่มีมากกว่าก็ทำให้สามารถหลบหลีกและเอาชนะตัวบล็อกข้างหน้าไปได้ เขารู้สึกได้ว่ามันเยี่ยมมาก แต่ก็เหมือนกับว่าขาดอะไรไปบางอย่าง ไม่ใช่เพราะรุ่นพี่ แต่เป็นเพราะที่ตัวเขามันรู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

อะไรนะที่ขาดไป...?

 

 

 

 


 

รุ่นพี่สึกะวาระนั้นเก่ง เขายอมรับจากใจมาตั้งแต่ต้น และเคารพอย่างสุดซึ้ง แต่ก็รู้สึกว่าการส่งบอลของรุ่นพี่มันต่างออกไปจากการส่งบอลของใครอีกคนนึง คนที่เขาบอกว่าไม่มีทางไหนนอกจากจะเชื่อใจร่างสูงเท่านั้น

 

 

 

 


การส่งที่ตัวเขามันร่ำร้องว่า อีกครั้ง อีกครั้งอยู่เสมอ...

 

 

 

 

 การแข่งขันดำเนินไปอย่างสนุกสนานและจริงจัง ทุกคนต่างยิ้มและหัวเราะ แม้นี่จะเป็นช่วงเวลาที่เขาชอบที่สุด และรู้สึกว่ามันผ่านไปรวดเร็วเหมือนมีใครไปเร่งนาฬิกา แต่สำหรับตอนนี้ มันช่างเชื่องช้าและทรมาน ฮินาตะเริ่มหอบหนักขึ้น สายตาที่เคยมองชัดเริ่มพร่าเลือนจนทางข้างหน้ามันเบลอไปหมด สรรพเสียงรอบตัวดูอื้ออึงละเหมือนจะเบาลงเรื่อยๆแม้จะกินยาตามที่แม่สั่งเพื่อที่จะยังยื้อเวลาร่างกายของตนเอง แต่ดูเหมือนว่ามันจะหนักหนากว่าที่เขาคิด

 

 

 

 

 

 

“ฮินาตะ!ระวัง!!!”น้ำเสียงอันคุ้นเคยตะโกนมาอย่างตกใจ แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ประสาทของเขาจะตอบรับช้ากว่าปกติ จู่ๆก็รู้สึกว่าหน้าชาและตัวเขาเซไปข้างหลัง

 

 

 

 

 

 

 

หมับ!

 

 

 

 

 

 

 

ในตอนนั้นเหมือนกับว่าตัวเขาลอยได้ และวินาทีถัดมาก็ถูกฉุดอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว ฮินาตะรู้ว่าตนเองปะทะเข้ากับอะไรซักอย่างที่แรงและเร็ว นั่นเ